โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่าจะบ๊องส์
คอลัมน์ คมความคิด จิตร พลจันทร์
เรื่อง ใกล้ร่วง
โดย จิตร พลจันทร์
แขก จีน ฝรั่งมังค่า และไทยทั่วโลกเบี้ยวๆ ใบนี้เค้ากำลังสงสัยกันว่า ทำไมเจ้าของประเทศไทยที่ทุกคนเขารู้กันทั่วว่าใหญ่โตมโหระทึก ขนาดตีนเหยียบแผ่นดินเป็นแห้งแล้ง เส้นผมซักเส้นตกลงบนพื้นก็ไม่ได้จะเกิดบรรลัยจักร เดี๋ยวนี้กลับงงๆ ก๊งๆ ยังไงก็ไม่รู้ ก่อนนี้สั่งการแบบรัดกุมหุ้มเป้า แทบจะไม่มีพลาด เดี๋ยวนี้แกกลับมีกิริยาแบบผลุบๆ โผล่ๆ แถมลูกกะเป๋งหลากสี เว้นแต่สีแดง ก็ออกมาแข่งความบ้ากันจนสังคมงงงัน เหมือนคนโรคจิตหลุดจากปากคลองสานยังไงยังงั้น เมื่อท่านที่เคารพสงสัยกันว่าจะได๋เป็นจะได๋ จิตรก็เลยออกสืบค้นพลความแล้วรายงานมาเป็นลำดับด้านล่างนี้แหละเจ้า
หะแรก ก็ได้ข้อสรุปขั้นต้นก่อนเลยว่า เป็นความจริงจิ๊งจริงที่ขณะนี้ศูนย์อำนาจใหญ่ของบ้านเมืองนี้กำลังคลอนแคลน อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์เกือบหนึ่งร้อยปี อะไรที่เคยสร้างไว้กุมอำนาจของตัวเอง โคตรพงศ์วงศา ตลอดจนขี้ข้าทั้งหลาย มันกำลังค่อยแตกสลายลงทีละข้อทีละเปลาะด้วยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนเกิดข่าวว่าเจ้าตัวเกิดอาการซึมเศร้าลึกซึ้ง ขนาดบางวันอย่าว่าแต่มนุษย์ขี้เหม็นเลย หมายังไม่อยากจะเห็น บางคนบอก อ๋อ ก็ร่างกายคนมันไม่ใช่เหล็กไหล มันก็เสื่อมสลายไปได้ตามเวลาน่ะซี้ จิตรขอกราบเรียนมามิใช่ดอก สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงก็จริงอยู่ เพราะในอดีตเผาร่างกายตัวเองมามากด้วยเหล้ากับบุหรี่ แต่จิตรรับรองแข็งแรงว่ายังดีอยู่ ยังควบยังคุมอะไรได้อย่างสบายมือสบายเท้า ที่ต้องระเห็จจากนิวาสถานไปอยู่ซะที่อื่นก็มิใช่เพราะสุขภาพ แต่เพราะตั้งใจจะตั้งป้อมค่ายใหม่ที่ใครๆ เข้ามายุ่งไม่ได้ เมีย ลูก ลูกกะเป๋ง (ที่ไม่อยากเห็นหน้า) ตัวสอพลอตอแหลบางตัว (บางตัวมีตำแหน่งตอแหลถาวรซะแล้ว ก็เอาไว้ข้่างๆ) ย่อมจะเข้ามาลำบาก ไม่เหมือนอยู่บ้านไม่ว่าจะหลังไหนที่ถูกกวนไม่ได้หยุด ป้อมค่ายใหม่นี้สมบูรณ์พร้อมด้วยฐานข้อมูล ใครๆ เข้าเว็ปไหนไม่ได้ขอให้มาที่นี่ ไปได้ทั่วโลกตลอดเวลานาที ส่งผลให้เจ้าตัวใช้เวลาสลับอยู่ที่หน้าจอ อ่านหนังสือ กับนอนพัก เจอหน้ามนุษย์หรือ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” น้อยลงเยอะ ผลจากอยู่หน้าจอ ทำให้เจ้าตัวถึงกับตระหนกตกใจว่าทำไมเรตติ้งถึงได้รูดมหาราชขนาดนี้ ที่สำคัญ เรื่องเก่าๆ ในอดีตที่อุตส่าห์ฝังกลบไว้อย่างดีดันมีคนขุดขึ้นมาตั้งหลายเรื่อง และยังตั้งหน้าตั้งตาขุดอย่างไม่ปราณีปราศัยเลยทีเดียวเจียว
แต่ไอ้ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่วิธีสั่งงานของ “ศูนย์” มากกว่า “ศูนย์” เป็นยอดฝีมือในการสั่งงานแบบไม่สั่ง พูดอะไรก็ไม่รู้ คนฟังก็นั่งถอดรหัสไปเรื่อยหยั่งกะถอดลายแทงมหาสมบัติ แต่เมื่อต้องนั่งประจัญหน้ากัน โดยเฉพาะได้รับ “เกลียด” ให้ขึ้นมานั่งแบบตีเสมอ ก็ต้องทำหน้าว่าเข้าใจไปก่อน จะรู้เรื่องไม่รู้เรื่องพยักหน้ารับไว้ก่อน จะหันไปถามใครก็ไม่มีใครนั่งอยู่ด้วย มีแต่พี่หะมานอนหมอบอยู่ตัวเดียว การสั่งงานเทือกนี้น่ะ มันสับสนง่ายนักล่ะท่าน สั่งงานก็สั่งด้วยเสียงกระซิบ พูดเบาหวิวจนคนคุยด้วยได้ยินมั่งไม่ได้ยินมั่ง แถมใส่รหัสเสียหลายชั้นหลายเชิง ถอดออกมาล่อนจ้อนยังต้องยกตีนขึ้นเกาหัวแกรกๆ ว่าพูดอะไร (วะ) เพราะกลัวว่าชัดเกินไปมันจะไม่เหมือนเทพเจ้าพูดในวัดแขก เสียความศักดิ์สิทธิ์หมด สไตล์เบลอที่พัฒนามานานเป็นปีๆ นี่ล่ะ ขณะนี้กำลังทำวุ่น คนที่ได้เข้าไปหา ออกมาก็อ้างว่าสั่งแบบนี้แบบนั้น เรารู้กันล่ะท่านว่าเจตนาของเจ้านี้เขาไม่เคยมีอย่างอื่นหรอก คนข้างล่างกล้าหือเมื่อไหร่ก็เกิดร้อนอาสน์ทุกที สั่งปราบปรามจนไม่มีเหลือหลอ เมตตาไม่มีมีแต่ขี้ตา เป็นมานานชั่วชีวิตจิตใจแล้ว ทีนี้ถึงจะรู้เจตนา แต่การสั่งงานเขาอาจจะสั่งเป็นตอนๆ เพื่อให้คุมสถานการณ์อยู่มืออยู่ตีน ปัญหาคือคนที่ไปรับคำสั่งมาฟังไม่เข้าใจ ก็เลยออกมาทำงานตามวิสัยสันดานของตัวเองผสมเข้าไป ในที่สุดก็เลยไร้ซึ่งความเนียน อันเป็นศิลปะชนิดพิเศษของคนสั่ง ขนมพอสมกับน้ำยา ทั้งคนสั่งและคนรับคำสั่งก็เลยพากันฮิบหายกันทั้งคู่ และเป็นความฮิบหายอย่างช้าๆ ที่เรียกว่าตายนึ่ง อย่างที่ทั่วโลกเขามองดูด้วยความสมเพทเวทนาอยู่นี่แหละ
ถ้าจะถามจิตรว่า อ้าว เขามีม้าใช้หรือหมาใช้อยู่หลายตัว นับเป็นครอกๆ เลยมิใช่รึ? ทำไมเขาไม่สั่งไอ้พวกลูกกระโป๊งเหน่งพวกนี้ให้ไปสื่อสารแทนหรือคุมงานเล่า เข้าไปนั่งสง่าอยู่ในศูนย์อำนวยความฉิบหายให้แก่โคตรตระกูล (ย่อว่า ศอฉ.) เลยยังได้ เทือกเค้าชอบอยู่แล้ว ก็ต้องตอบว่า ทำมิได้เสียแล้วพระคุณท่าน เพราะม้ากับหมาหลายตัวขณะนี้ได้กลายเป็นสัตว์พิการทางชื่อเสียงเกียรติคุณไป หมดแล้ว เดิมเป็นม้ากับหมาที่มีชื่อเสียงว่าสมถะมั่ง ซื่อสัตย์มั่ง รักภักดีเป็นที่หนึ่งมั่ง ราวกับพระสาวกยังไงยังงั้น ปรากฎว่าขบวนประชาธิปไตยช่วยกันขุดรากถอนโคนจับแก้ผ้าเอาไฟฉายส่อง จนเค้ารู้กันทั้งบางว่ามันสร้างภาพผู้ดีตีนแดงกันทั้งนั้น ทำเลวระยำตำบอนต่อประเทศเสียยิ่งกว่าใครทั้งหมด ไอ้หัวขาวที่ทำเดินเท่ แต่ดูดเงินจากธนาคารมั่ง บริสัตว์เกษตรอุตสาหกรรมที่ฉ้อฉลต่อชาวไร่ชาวนาทั่วประเทศมั่ง หรือไอ้ฤษีสมถะที่ชอบพานักข่าวเดินป่า ทำเป็นรักธรรมชาติเสียเต็มประดา สุดท้ายก็คือโจรปล้นแผ่นดินที่เขายายเที่ยง อีพวกผู้หญิงแก่หนังยานที่วิ่งซ้ายวิ่งขวาจนลูกตุ้มขนาดเท่าแตงไทยเน่าๆ แกว่งไกวไปมา ก็มีแต่หาเงินเข้ากระเป๋าของผู้สูงศักด์ิแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่ง จนสะเทือนไปทั่วทั้งสำนัก สำนักสงฆ์แบบนี้ตั้งอยู่บนความศรัทธาของคนนะครับท่าน เมื่ออ้ายอีพวกนี้ไปที่ยวทำอัปรีย์จัญไรตามที่คนเป็นนายสั่งให้ไปทำ คนเขาก็เริ่มเห็น เห็นแล้วก็เบะปากว่านี่น่ะหรือคนที่ข้าควรจะเคารพนบนอบ มีแต่จะถ่มถุยเข้าให้ล่ะไม่ว่า ในที่สุดหันกลับมาอีกที ก็พบว่าไอ้อะไรที่เคยยึดมั่นถือมั่นกันมาหยั่งกะคนเป็นเอ๋อ สุดท้ายรู้เช่นเห็นชาติว่ามันยึดไม่ได้ เพราะมีแต่ซาก แถมยังมีพิษร้ายที่สั่งสมมาในตัวนานปี จนกลายเป็นภัยต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขนาดเอาไปฝังไม่ลึกพอ หมาคุ้ยขึ้นมากินยังตายได้
บุญกุศลของบ้านเมืองจริงจิ๊งที่ความเลวร้ายพวกนี้มันชัดเสียยิ่งกว่าชัด ในเวลาแค่ไม่ถึงห้าปี โถ ใครจะนึกว่าขบวนการประชาธิปไตยมันจะใช้เวลาเพียงน้อยนิด ก็กระชากกบาลของไอ้เผด็จการที่เลวร้ายที่สุดตัวใหญ่ที่สุดของประเทศออกมาได้ อย่างกระจะตากระจะหูหยั่งงี้ จิตรต้องถือว่าคนไทยมีอะไรคุ้มครองอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คิดชอบอะไรหรอก สิ่งที่คุ้มครองบ้านเมืองนี้อยู่คือความดีสะสมของคนที่เรียกตัวเองว่าคนไทย น่ะเอง เมื่อเอาดวงจิตดีๆ มารวมกันเป็นจำนวนมาก ในที่สุดมันก็กลายเป็นความดีงามระดับชาติบ้านเมือง ไม่หยั่งงั้นฝ่ายปิศาจจำแลงมันจะหน้าแตกกราวๆ กันรวดเร็วหยั่งงี้ได้ไงล่ะท่าน
แหม… ยิ่งมีละครเรื่องโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เข้ามาแจมด้วย ยิ่งหนุกหนานใหญ่ โอ้โฮ เผลอตัวกระโดดลงมาเล่นละครกันครบถ้วน ทั้งนายใหญ่ นายหญิง คุณหนู อีตาแก่ (มาก) จอมสอพลอ ไอ้หมอแก่ (น้อย) ที่บริหารอยู่ ขนาดผู้สูงวัยบางคนขนาดที่เตรียมจะละ “ละสังขาร” ยังอุตส่าห์หน้าด้านเอามาอ้างเป็นเครื่องมือแล้วบอกว่าปู่แกลำบากเดือดร้อน ต้องเข็นไปเก็บไว้ที่อื่น ทุเรศทุรังกันไม่พอ แถมเอาไอ้พวกสื่อมวลสัตว์เส็งเคร็งดีแต่เกาะตีนผู้สูงส่งออกล่าหากิน ทำการโฆษณาชวนเชื่อว่าเห็นไหมๆ เสื้อแดงทำให้เขาเดือดร้อนกันทั้งนั้น ก็หวังจะให้สังคมเกิดความชิงชังต่อขบวนประชาธิปไตย หลังจากที่ข้อกล่าวหาเลวๆ เรื่องก่อการร้ายมั่ง ล้มเจ้ามั่ง มีอันล้มเหลวไม่เป็นท่าไปหมดแล้ว ที่ไหนได้ล่ะท่าน คนทั่วบ้านทั่วเมืองไปจนถึงทั่วโลกขณะนี้เขากลับเห็นความชั่วร้ายและละครอัน ไม่สมจริงกันชัดเจนทั้งนั้น แล้วเขาก็พุทโธว่า โถ นึกว่าเป็นคนดีกันขนาดไหน ความจริงก็ฝูงคนชั่วๆ ที่รวมตัวกันภายใต้ระบอบปิศาจที่กอบโกยทุกอย่างจากประเทศไทยและคนไทยมานาน แสนนาน ที่มันทำภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็นคนดีในระดับเทวดาและทำอะไรไม่มีผิดเท่านั้น เอง
เรื่องโรงพยบาลจุฬาฯ มันทำให้สิ่งที่จิตรเพียรบอกกล่าวเล่าขานมานานพอดู มันเกิดหลักฐานขึ้นชัดเจนเลยทีเดียวเชียวล่ะ คนเหล่านี้เค้าพวกเดียวกันทั้งนั้น ไม่มีหรอกนะท่าน ใครจะบอกว่าผู้ชายดี ผู้หญิงเลว พี่น้องคู่นี้ไม่เหมือนกัน คนนี้ดีเลวกว่าคนนู้น ไม่มี๊ ไม่มี เหลือบฝูงเดียวกันทั้งน้าน สวาปามก็ที่เดียวกันคือตรงตับไตไส้พุงของคนไทยทั้งชาติ ถ่ายทุกข์ก็ถ่ายที่เดียวกันคือบนหัวของพวกเราทั้งหลายทั้งปวงที่เรียกว่า ไพร่นั่นเอง
ขอขอบคุณละครเรื่อง “โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่าจะบ๊องส์” อย่างเป็นทางการมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะเจ้า!